ประวัติเหล่าทหารสื่อสาร

ประวัติเหล่าทหารสื่อสาร
กิจกรรมสื่อสารของกองทัพไทย ในสมัยก่อนที่จะจัดหน่วยทหารสื่อสารขึ้นโดยเฉพาะนั้น การสื่อสารกองทัพบกใช้เครื่องมือที่เรียกว่า ” เครื่องสัญญา” โดยมีเจ้าหน้าที่ในกรมทหารช่างเป็นผู้ปฏิบัติการใช้เครื่องสัญญาที่ว่านั้น ส่วนหน่วยทหารเหล่าอื่นๆ ก็ต้องจัดทหารขึ้นสำหรับใช้เครื่องสัญญาของตนเอง ทั้งนี้ มีความเป็นมาตามที่ ทหารสื่อสารในอดีตได้ค้นคว้ามาบันทึกไว้ตามลำดับ ดังนี้

                                                     

ร.ศ. 126 หรือ พ.ศ.2450

มีคำสั่งกรมยุทธนาธิการ ที่ 37/1914 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม ร.ศ.126 กำหนดให้นายทหารที่ไปราชการนำสมุดโค้ดโทรเลขทหารบกไปด้วย เมื่อมีราชการสำคัญจะได้สื่อสารกันได้โดยสะดวก และตามคำสั่งกรมยุทธนาธิการ ที่ 146/10410 ลงวันที่ 26 กันยายน ร.ศ.126 ได้กำหนดเครื่องหมาย เลขสัญญาขึ้น สำหรับธงคู่ และธงเดี่ยว ในข้อบังคับการใช้เครื่องเลขสัญญา ร.ศ.124 เป็นการกำหนดความหมายของการใช้ธงสัญญา

พ.ศ.2456

หน่วยทหารช่างคงเป็นผู้ปฏิบัติการใช้เครื่องสัญญา ส่วนธงสัญญานั้น หน่วยทหารเหล่าอื่นก็ต้องจัดทหารขึ้นสำหรับใช้เครื่องสัญญา ตามข้อบังคับเลขสัญญา พ.ศ.2456

พ.ศ.2460

กระทรวงกลาโหมได้จัดตั้งกรมจเรการช่างทหารบกขึ้น มีหน้าที่เกี่ยวกับทหารช่าง และเครื่องมือทหารช่าง โดยมีจเรการช่างทหารบก เป็นผู้บังคับบัญชาสิทธิขาดขึ้นตรงต่อเสนาบดีกระทรวงกระกลาโหม ตามข้อบังคับสำหรับทหารบก เรื่องกำหนดหน้าที่กรมจเรต่างๆ ในกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2460 ลงวันที่ 18 กันยายน 2460

พ.ศ. 2462

กำหนดให้มีสถานีเครื่องสัญญาณขึ้นสำหรับทหารราบ ทหารพราน และทหารพาหนะ โดยกำหนดอัตราไว้ในกองบังคับการกรม กองบังคับการกองพัน และกองบังคับการกองร้อย ทุกหน่วย

พ.ศ. 2465

ตามข้อบังคับ ว่าด้วยการติดต่อพ.ศ.2465 กำหนดให้มีเครื่องสัญญาณระยะไกล คือโทรเลข โทรศัพท์ วิทยุโทรเลข วิทยุโทรศัพท์ โคมสัญญา และกระจกสัญญา ส่วนเครื่องสัญญาระยะไกลได้แก่ ธงสัญญา แผ่นเกล็ดสัญญา มือและแขนสัญญา  ในปีนี้กระทรวงกลาโหมได้ออกประมวลข้อบังคับสำหรับทหารบกเล่ม 1 ลักษณะปกครองและระเบียบการในกองทัพบก กำหนดให้กรมจเรทหารช่างมีหน้าที่เกี่ยวกับทหารช่างและเครื่องมือ และให้แผนกที่ 2 มีหน้าที่ในการใช้เครื่องสัญญา

พ.ศ. 2466

ทางราชการได้ออกคำสั่ง สำหรับทหารบก ที่ 225/ ลงวันที่ 13 มีนาคม 2466 ย้ายนายทหารเข้าบรรจุในกองโรงเรียนทหารสื่อสารที่จัดตั้งขึ้นใหม่ โดยให้เข้ารับหน้าที่ ตั้งแต่ 1 เมษายน 2467 ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่

พ.ศ.2467

เป็นปีที่ถือได้ว่ามีการจัดเหล่าทหารสื่อสารขึ้นเป็นครั้งแรก คือ ตามคำสั่งสำหรับทหารบก ที่ 37 /4863 ลงวันที่ 27พฤษภาคม2467 ได้ใช้อัตรากองโรงเรียนทหารสื่อสาร ขึ้นอยู่ในกรมจเรการช่างทหารบก
แก้คำว่า พลสัญญา เป็น พลสื่อสาร คำว่า เครื่องสัญญา เป็น การสื่อสารกำหนดให้มี “ชนิดทหารสื่อสาร” และระบุให้มีสีเม็ดมะปราง เป็นสัญญาลักษณ์ของทหารสื่อสาร กองโรงเรียนทหารสื่อสาร ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ได้แปรสภาพมาจาก กองพันที่ 2 ช่างเครื่องสัญญาณของกรมช่างทหารบกที่ 1 มี ร.อ.ชิต ธรรมทัต เป็นผู้บังคับกอง

และได้แปรสภาพ กองร้อยที่ 2 ของกองพันนี้ เป็นกองทหารสื่อสาร ขึ้นตรงต่อโรงเรียนทหารสื่อสาร กองโรงเรียนทหารสื่อสาร เป็นหน่วยขึ้นตรงต่อ กรมจเรการช่างทหารบก ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 149 ถนนพระราม 5 ตำบลถนนนครไชยศรี        ( สะพานแดง ลางซื่อ ) อำเภอดุสิต จังหวัด จังหวัดพระนคร เป็นการเริ่มต้นกำเนิดของเหล่าทหารสื่อสาร และหน่วยทหารสื่อสาร ซึ่งได้เจริญวัฒนาถาวรมาจนเป็นกรมการทหารสื่อสารอยู่ในปัจจุบันนี้

พ.ศ. 2468

ร้อยเอก หลวงสุรวุฒิเรืองโรจ์ (ทองสุข ลีลานุช ) เป็นผู้บังคับกองทหารสื่อสาร และรั้งตำแหน่ง ผู้บังคับกอง โรงเรียนทหารสื่อสาร พ.ศ.2469 จัดตั้ง กองทหารสื่อสาร ในกองพลทหารบกที่ 1 รักษาพระองค์

พ.ศ.2470

แปรสภาพกองกอง โรงเรียนทหารสื่อสาร เป็นกองพันทหารสื่อสารที่ 1 รักษาพระองค์ โดยโอนกองทหารสื่อสาร กองพลทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ มาเป็นกองร้อยที่ 2 และที่ ให้กองทหารสื่อสารเดิม เป็นกองร้อยที่ 1 ขึ้นตรงต่อ กรมช่างทหารบกที่ 1 รักษาพระองค์ และตั้งอยู่ในพระนคร สถานที่เดิม โดยมี ร้อยเอก หลวงโยธาณัติการ (เทศ กิตติรัต ) เป็นผู้บังคับกองพัน  แปรสภาพ กองพันที่ 2 กรมช่างทหารบกที่ 2 เป็นกองพันทหารสื่อสารที่ 2 ขึ้นตรงต่อ กรมช่างทหารบกที่ 2 ตั้งอยู่ที่จังหวัดอยุธยา พ.ศ. 2472 พันตรี หลวงอินทรเรืองเดช (เจริญ เหล็กกล้า ) เป็นผู้บังคับทหารสื่อสารที่ 1

พ.ศ. 2475

ในเดือนกรกฎาคม ทางราชการได้เปลี่ยนชื่อ กรมจเรการช่างทหารบก เป็นกองบังคับการทหารช่างและทหารสื่อสาร มีสำนักงานอยู่ที่กระทรวงกลาโหม ในเดือนสิงหาคม ได้ยุบกรมช่างทหารบกทั้งหมด คงจัด คงจัดกำลังเป็นหน่วยกองพัน ขึ้นตรงต่อกองบังคับการทหารช่างและทหารสื่อสาร มีกำลัง 4 กองพัน คือ กองพันทหารช่างที่ 1 และกองพันทหารสื่อสารที่ 1 ตั้งอยู่จังหวัดพระนคร กองพันทหารช่างที่ 2 และกองพันทหารสื่อสารที่ 2 ตั้งอยู่จังหวัดอยุธยา ในกองบังคับการทหารช่างและทหารสื่อสารนี้ มีโรงเรียนนายสิบพลรบสังกัดอยู่ด้วย ตั้งอยู่ที่สะพาน บางซื่อ พระนคร ซึ่งต่อมาเป็นต้นกำเนิดของโรงเรียนทหารสื่อสาร

 

พ.ศ.2476

ในปลายปีนี้ หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้มีการเปลี่ยนแปลงกิจการทางทหารครั้งใหญ่ทหารช่างและทหารสื่อสารไดแยกออก จากกันโดยเด็ดขาด ทางราชการได้ยุบกองบังคับการทหารช่างและทหารสื่อสารจัดตั้งเป็นกรมจเรทหารบก ขึ้น แผนกที่ 5 ของกรมจเรทหารบก ทำหน้าที่เกี่ยวกับกิจการทหารสื่อสาร ตั้งอยู่กระทรวงกลาโหม มี พันตรี หลวงเสรีเริงฤทธิ์ (จรูญ รัตนกุล) เป็นหัวหน้าแผนก ย้ายกองพันทหารสื่อสารที่ 2 จาก จังหวัดอยุธยา มาอยู่ที่ถนนปฏิพัทธ์ภูบาล ตำบลสามเสนใน เขตดุสิต พระนคร บริเวณสะพานแดง บางซื่อ ซึ่งปัจจุบันเป็น กรมช่างอากาศของกองทัพอากาศ และได้ย้ายกองพันทหารช่างออกไปจากเลขที่ 149 ถนนพระราม5 ตำบลนครไชยศรี อำเภอดุสิต จังหวัดพระนคร คงเหลือแต่กองพันทหารสื่อสารที่ 1

พ.ศ.2477

ในเดือนพฤษภาคม ทางราชการได้แยกแผนกที่ 5 กรมจเรทหารบก มาตั้งรวมกับกองพันทหารสื่อสารที่ 1 บริเวณสะพานแดง บางซื่อ และในปีเดียวกันนี้ ก็ได้แปรสภาพกองพันทหารสื่อสารที่ 1 เป็น กองโรงเรียนทหารสื่อสารอีกครั้ง โดยให้เป็นหน่วยขึ้นตรงต่อ แผนกที่ 5 กรมจเรทหารบก และได้ยุบกองพันทหารสื่อสารที่ 2 และจัดตั้งกองพันทหารสื่อสารดังนี้ กองทหารสื่อสาร มณฑลทหารบกที่ 1 กองทหารสื่อสารที่ 2 ขึ้นกับมณฑลทหารบกที่ 2 กองทหารสื่อสารที่ 3 ขึ้นกับมณฑลทหารบกที่ 3 กองทหารสื่อสารที่ 4 ขึ้นกับมณฑลทหารบกที่ 4 กองทหารสื่อสารที่ 5 ขึ้นกับมณฑลทหารบกที่ 5 กองทหารสื่อสาร กรมป้องกันต่อสู้อากาศยาน

พ.ศ.2479

ทางราชการได้แยกหมวดทหารสื่อสาร ไปตั้งประจำกองพันทหารราบ 3 แห่ง คือ

กองพันทหารราบที่10
กองพันทหารราบที่4
กองพันทหารราบที่1รักษาพระองค์
ในปีนี้ได้จัดตั้ง กองโรงงานสื่อสาร เป็นหน่วยขึ้นตรงของ แผนกที่5 กรมจเรทหารบก ตั้งรวมอยู่ในบริเวณเดียวกัน มีหน้าที่ออกแบบและผลิตเครื่องสื่อสารขึ้นใช้ในกองทัพบก เช่นเครื่องทัศนสัญญา เครื่องโทรศัพท์สนาม เครื่องรับส่งวิทยุ รส.3 รส.4 รส.5 ใช้เลขสัญญาณ และยังผลิตแบตเตอรี่แห้ง แบตเตอรี่น้ำ เครื่องทำไฟที่ใช้กับเครื่องสื่อสารเหล่านี้อีกด้วย

พ.ศ. 2483

ประเทศไทยได้เข้าสู่สถานะสงคราม กับอินโดจีนของฝรั่งเศษ ในกรณีเรียกร้องดินแดนคืน ทหารสื่อสารได้จัดกำลังจากหน่วยในพระนครขึ้นสมทบ คือ จัด ผบ.ส.ทบ. และ กองพัน

พ.ศ. 2494

พันเอก หลวงกำจัดปัจจามิตร ( เจือ สิงหเสนีย์ ) เป็นจเรทหารสื่อสาร

พ.ศ. 2495

กองทัพบกเริ่มได้รับความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐอเมริกา มีหน่วยช่วยเหลือและแนะนำ เรียกย่อว่า จัสแมก โดยมี พ.ท.แรนดอลล์ฟ วี.ไฟท์ เป็นหัวหน้าสายสื่อสารคนแรก กรมจเรทหารสื่อสาร เป็นหน่วยรับเครื่องสื่อสารจากสหรัฐอเมริกา เพื่อแจกจ่ายให้กับหน่วยในโครงการของจัสแมกในกองทัพบก จึงได้จัดตั้งโรงเรียนทหารสื่อสารขึ้นในกรมจเรทหารสื่อสาร เพื่อฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้เครื่องสื่อสารที่ได้รับใหม่ ให้แก่เจ้าหน้าที่สื่อสารของหน่วยต่างๆในกองทัพบก ใน 6 สิงหาคม 2495 ได้แก้อัตราจากกรมจเรทหารสื่อสาร เป็นกรมการทหารสื่อสาร ตามคำสั่งกระทรวงกลาโหม (พิเศษ) ที่ 45/18427 ลงวันที่ 12 กันยายน 2495 และมี พล.ต.หลวงกำจัดปัจจามิตร (เจือ สิงหเสนีย์) เป็นเจ้ากรมการทหารสื่อสารคนแรก เป็นเจ้ากรมทหารสื่อสารคนแรก

This entry was posted in ศูนย์การเรียนรู้ กกพ.สส.. Bookmark the permalink.

Comments are closed.